ผลสำรวจทางสถิติยืนยันแล้วว่า.. ผู้ที่มีอาการตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด แสบตา น้ำตาไหล นั่นคือจุดเริ่มต้นของภาวะเส้นเลือดฝอยในตาสกปรกและเสี่ยงต่อโรคต้อได้ในอนาคต ซึ่งมักเกิดจากปัจจัยด้านอายุที่เพิ่มขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สุขอนามัยย่ำแย่ ความเครียด ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งมาเป็นเวลานาน
บทความพิเศษในวันนี้ได้รับเกียรติจาก นพ.สราวุฒิ เสริมสุขขจร มาร่วมพูดคุยถึงนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่ที่สามารถฟื้นฟูการมองเห็นและกำจัดความเสี่ยงโรคต้อได้ด้วยตัวเองที่บ้านในระยะเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น
ผู้สัมภาษณ์: นพ.สราวุฒิคะ ดิฉันขอเริ่มประเด็นแรกด้วยคำถามที่ว่า.. ทำไมภาวะการมองเห็นบกพร่องและโรคต้อถึงเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงในสังคมไทยที่ไม่ควรมองข้ามล่ะคะ?
นพ.สราวุฒิ: คุณรู้ไหมครับว่าในปีที่ผ่านมา มีคนไทยที่ต้องสูญเสียการมองเห็นถาวรไปเท่าไหร่? ในช่วงครึ่งปีแรกประเทศไทยมีจำนวนคนพิการตาบอดเพิ่มสูงขึ้นกว่า 70,000 ราย!! การมองเห็นที่บกพร่องกลายเป็นภัยคุกคามการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก ผมขอบอกตามตรงว่ามันคือจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังทางสายตามากมาย ไม่ว่าจะเป็นต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ต้อลม หรือจอประสาทตาเสื่อม หากพูดกันในเชิงสถิติก็จริงอยู่ที่โรคต้อกระจกเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนไทยตาบอด ส่วนอันดับที่ 2 คือ จอประสาทตาเสื่อม แต่ความจริงแล้วที่มาของสาเหตุการสูญเสียการมองเห็นเหล่านั้นล้วนมาจากความสกปรกของเส้นเลือดฝอยในดวงตา!
จักษุแพทย์และเหล่าผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวว่า “สิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ภายในเส้นเลือดฝอยของดวงตาสามารถทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดตาอุดตันจนบดบังการมองเห็นและตาบอดได้ในอนาคต” หากคุณมีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปและใช้ชีวิตโดยไม่ได้ใส่ใจกับดวงตาของตัวเองมากนัก เช่น ใช้สายตาจ้องมือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นประจำ ขยี้ตาบ่อย แสบตา ตาแดง ไม่สวมแว่นกันแดดกันลม ฯลฯ ก็ย่อมส่งผลให้สิ่งสกปรกปะปนเข้าไปในดวงตาได้ โดบพบว่า.. ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับการมองเห็นเกี่ยวข้องกับความสกปรกของเส้นเลือดฝอยในดวงตามากถึง 80%
ผู้สัมภาษณ์: แล้วทำไมเหล่าแพทย์และผู้เชี่ยวชาญถึงไม่สามารถรับมือกับปัญหานี้ได้ล่ะคะ?
นพ.สราวุฒิ: อย่างแรกเลย คือ ผู้ป่วยที่มีปัญหามักไม่รู้ตัวว่าเส้นเลือดฝอยในดวงตานั้นสกปรกแล้วและบางคนก็เลือกที่จะไม่ไปพบหมอ เพราะคิดว่าอาการที่เกิดขึ้นเป็นปกติของคนที่มีอายุมากแล้ว จึงทำให้ผู้ป่วยปล่อยปละละเลยดวงตาและการมองเห็นของตัวเอง แม้สัญญาณเตือนที่ชัดที่สุดอย่างการมองเห็นภาพเบลอ ไม่คมชัด หรือแสบตาจะปรากฎขึ้นแล้วก็ตาม ถ้ามีอาการแบบนี้ให้สันนิษฐานเลยว่า.. หลอดเลือดในดวงตาของคุณสกปรกแล้ว การมองเห็นจะเริ่มแย่ลงอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่โรคร้ายแรงและภาวะแทรกซ้อนทางสายตามากมาย หมอส่วนใหญ่มักแนะนำให้สวมแว่นตาหรือเข้ารับการผ่าตัดราคาแพง แต่นั่นไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ มันไม่จบเพียงแค่นั้น! คุณต้องเข้าใจก่อนว่าความผิดปกติทางสายตาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงสัญญาณเตือนแรกของภาวะหลอดเลือดฝอยในดวงตาสกปรก!
การผ่าตัดราคาแพง - ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา
มีผู้คนจำนวนน้อยมากที่รู้ว่าภาวะหลอดเลือดฝอยในดวงตาสกปรกส่งผลกระทบอะไรต่อการมองเห็นบ้าง การผ่าตัดปรับเปลี่ยนค่าสายตาอาจช่วยให้การมองเห็นของคุณกลับมาชัดเจนได้เพียงชั่วคราว แต่ไม่ได้ทำความสะอาดสิ่งสกปรกออกจากเส้นเลือดฝอยในดวงตาให้หายไปได้อย่างแท้จริง ซึ่งหากปล่อยไว้ สภาพการมองเห็นของคุณก็จะยิ่งย่ำแย่ลงไปเรื่อย ๆ
65% ของผู้ที่มีความสกปรกของหลอดเลือดฝอยในดวงตาขั้นรุนแรง มักเสี่ยงต่อภาวะสูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดได้มากกว่าคนปกติถึง 10 เท่า! และเกือบครึ่งของผู้ป่วยทั้งหมดที่กล่าวมานั้นไม่เคยมีใครสามารถมองเห็นภาพคมชัดเหมือนเดิมได้อีกเลย ซึ่งสาเหตุของการสูญเสียการมองเห็นของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป แต่เมื่อวิเคราะห์ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วก็พบว่าทุกคนล้วนตาบอดมาจากสาเหตุของความสกปรกภายในหลอดเลือด - แม้ในตอนที่สายตาของคุณเริ่มเกิดความผิดปกติ แพทย์ก็มักจะวินิจฉัยว่ามีสาเหตุมาจากโรคอื่น แต่พอผู้ป่วยที่ตาบอดถาวรเสียชีวิตจากไปแล้วถึงได้รับรู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากความสกปรกที่อุดตันเส้นเลือดฝอยในดวงตา ที่ข้อมูลนี้ยังไม่เป็นที่เปิดเผยมากนัก เพราะการชันสูตรศพทำได้ในบางกรณีเท่านั้น จึงทำให้รับรู้ได้เพียงไม่กี่รายว่ามีสิ่งสกปรกอุดกั้นการมองเห็นในหลอดเลือดตาอยู่ภายในอย่างชัดเจน
ในประเทศไทยของเราไม่ค่อยมีผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาหลอดเลือดเฉพาะเจาะจงมากนัก แม้แต่สถาบันการแพทย์ที่สอนเรื่องเกี่ยวกับดวงตาโดยเฉพาะก็ตาม นอกจากนี้ยังรวมไปถึงงานวิจัยและผลงานการศึกษาเกี่ยวกับความสกปรกในเส้นเลือดฝอยดวงตาก็แทบจะไม่มีเลย
ผู้สัมภาษณ์: แล้วการที่เส้นเลือดฝอยในตาสกปรกมันส่งผลเสียต่อการมองเห็นของคนเราได้อย่างไรคะ?
นพ.สราวุฒิ: ถ้าพูดถึงเรื่องจำนวน มีผู้คนจำนวนกว่า 3.69 พันล้านคนจากทั้งหมด 7.45 พันล้านคนที่มีภาวะการมองเห็นผิดปกติ โดยเปรียบเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ง่ายๆ ได้ 80% - นี่คือสถิติจากทั่วโลก หรือพูดง่ายๆ คือ ความบกพร่องทางการมองเห็นมีโอกาสเกิดขึ้นได้ใน 8 คน จากทั้งหมด 10 คน หรือในทุกครอบครัวจะมีคนที่มีปัญหาสายตาอยู่ราวๆ 2-3 คน
ผู้สัมภาษณ์: ผู้คนเหล่านี้ได้รับการรักษาหรือไม่คะ? วิธีการฟื้นฟูสายตานั้นยากรึเปล่า?
นพ.สราวุฒิ: คุณรู้ไหมว่าปัจจัยที่ทำให้ดวงตาสกปรกนั้นมีมากมายกว่า 500 สาเหตุที่สามารถรบกวนการมองเห็นของมนุษย์ได้ แม้ว่าคุณจะจ่ายเงินจำนวนมหาศาลให้กับวิธีการดูแลสายตาต่างๆ แล้วก็ตาม แต่บางปัจจัยนั้นคุณก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ บางทีมันแฝงมากับอาหาร แสงแดด ฝุ่นควัน หรือแม้แต่สายลมและน้ำประปาที่คุณใช้อาบน้ำทุกวัน ตามหลักการแล้ว การใช้วิธีตรวจวิเคราะห์สายตาความละเอียดสูงมีประสิทธิภาพเพียง 18-23% เท่านั้น นั่นจึงอาจทำให้ผลตรวจเกิดความผิดพลาดและบอกว่าสายตาของคุณปกติดี ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลย!!
แม้อาการที่ปรากฏออกมาจะมีมากมายและแตกต่างหลากหลายกันออกไป แต่ก็มีอาการส่วนใหญ่ที่ผู้ป่วยจะสามารถตระหนักรู้และสังเกตเห็นได้ว่านี่คือ สัญญาณเตือนจากภาวะความสกปรกในหลอดเลือดฝอยดวงตา อาการแรกที่สังเกตได้ง่ายและชัดเจนที่สุด คือ การมองเห็นไม่ชัดและตาพร่ามัว ดังนั้นหากคุณมีอาการดังกล่าว จงมั่นใจได้เลย 100% ว่าดวงตาของคุณกำลังเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและกำลังจะอุดตันปิดกั้นการมองเห็นในไม่ช้า